แพท ณปภา คุณแม่สายสตรอง ย้ำชัดยุติความสัมพันธ์เบนซ์ เรซซิ่ง


แพท ณปภา คุณแม่สายสตรอง ย้ำชัดยุติความสัมพันธ์เบนซ์ เรซซิ่ง

ออกมาเปิดใจให้ฟังอีกครั้ง สำหรับคุณแม่คนเก่ง แพท-ณปภา ตันตระกูล หลังจากที่ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์แบบสามีภรรยากับ เบนซ์ เรซซิ่ง และขอเดินหน้าทำหน้าที่แม่ที่ดีของลูกเพียงอย่างเดียว โดยล่าสุด แพท ณปภา ได้เผยให้ฟังว่า ตอนนี้เธอไม่ได้ใช้คำว่ารอแล้ว และสถานะทุกอย่างก็ค่อนข้างจะชัดเจน ซึ่งทางด้านสามีก็ไม่เคยรั้งอะไร เพราะเธอก็ได้เล่าให้ฟังทุกเรื่องก่อนที่จะออกมาให้สัมภาษณ์ในแต่ละครั้ง พร้อมยืนยันยังคงรักและแคร์ความรู้สึกของ เบนซ์ เรซซิ่ง อยู่เหมือนเดิม อนาคตข้างหน้าไม่มีใครรู้อาจจะกลับมาคบกันได้ดีกว่าเดิมก็ได้

เรื่องของเราเป็นอย่างไรบ้าง ?
“ก็เหมือนเดิมค่ะ วันนี้ได้เจอเขาแต่ไม่ได้คุย วันนี้ให้เขามารับเรซซิ่ง พอเราทำธุระเสร็จก็ไปรับเรซที่ตึกพี่เบนซ์ แต่ไม่ได้มีการคุยอะไรกัน เพราะแพทก็ลงรายละเอียดไปเยอะแล้ว เราจะทำอะไรเราก็พูดไปหมดแล้ว แต่ก็ยังดูนิ่งๆ อยู่ มันอาจจะออกมาเป็นแนวแบบนี้ก็ได้ แพทก็โอเค ถ้าทุกคนแฮปปี้ก็ให้มันเป็นแบบนี้”

บรรยากาศการเจอกันวันนี้เป็นอย่างไร ?
“เขาก็เล่นกับลูก ไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติม ก่อนหน้าที่แพทจะยืนยันว่าเราเดินสายนี้แล้วกัน มันก็เป็นแบบนี้ค่ะ วันนี้ก็แค่ทำเหมือนเดิม”

เขามีท่าทีเครียดไหม ?
“ไม่มีค่ะ ปกติเหมือนทุกครั้งที่เขาไปรับลูก วันนี้ก็เจอคุณย่า ก็เล่นกับหลานปกติ”

เขายังไม่เปิดโอกาสเคลียร์เรื่องของสามีภรรยา มีแต่เรื่องพ่อแม่ลูกเหรอ ?
“มีแค่นั้น ถามว่าเขามีท่าทีอยากเคลียร์ไหมมันก็พูดยาก มันก็มีถามว่า ถ้าว่างมากินข้าวกันไหม เราก็บอกว่าได้เสมออยู่แล้ว ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ หน้าที่ที่ขาดหายไปไม่ได้ คือ พ่อ แม่ ลูก เพราะฉะนั้นเราไม่มีทางเลิกติดต่อกันแน่นอน ยังไงก็ต้องติดต่อกันแบบนี้ตลอดไป”

วันนี้เขาติดต่อมาเพื่อจะเอาลูกไปดูแล หรือเป็นไปตามระบบที่เราวางไว้อยู่แล้ว ?
“เป็นตามปกติของเราอยู่แล้ว เขาก็มีถามว่าเราวางระบบเหรอ เราก็บอกเขาว่าขออนุญาตวางนะคะ เพราะเราคิดว่าจัดการได้ มันมาแบบนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เรารู้ตารางลูก เพราะเป็นคนลงเรียนให้ลูกเอง เราจัดการให้ดีกว่าเพราะเราอยากอยู่กับลูก แต่เราก็ไม่อยากปิดกั้น ถ้าวันนี้เราเอาลูกมาแล้วเขาอยากมาด้วย เราก็แฮปปี้ แต่ถ้าเขาไม่สะดวกก็ให้เขารอ เดี๋ยวเราโทรบอกให้มารับน้องไป ถ้าเสร็จงานเดี๋ยวเราไปรับ วันไหนที่แพททำงานยาวมากๆ ก็ให้พี่เบนซ์ช่วยดูลูก พอเสร็จงานก็ไปรับ ถ้าวันไหนไม่มีงานเยอะ ก็ขออนุญาตดูลูกเอง”

มีโมเมนต์อยู่กัน 3 คน พ่อแม่ลูกไหม ?
“ไม่มีค่ะ”

ทั้ง 2 ฝ่ายโอเคกับสถานะที่เราประกาศไปก่อนหน้านี้ใช่ไหม ?
“เอาตรงๆ แพทคิดว่าอย่างนั้น อันนี้แพทคิดเอง เพราะมันดูไม่ได้มีอะไรคืบหน้าไปมากกว่านี้ และไม่ได้มีการคุยกันไปมากกว่านี้ ตอนนี้แพททำอะไรก็ต้องระวังตัว ระวังความรู้สึกเขา เพราะตอนนี้เรารู้แล้วว่า เขาไม่แฮปปี้กับอะไรบ้าง เพราะจากบทสัมภาษณ์เรา แพทไม่ได้คุยกับเขาโดยตรงแต่ฟังจากบทสัมภาษณ์ของเขา พอฟังแล้ว แพทรู้สึกว่าทุกอย่างมันต้องระวัง อะไรไปกระทบกับเขามากก็ไม่ได้ ก็ต้องตอบให้มันเป็นกลางมากที่สุด”

เราก็รู้สึกกับคำพูดของเขา แล้วทำไมไม่พูดกันตรงๆ ให้เคลียร์ ?
“แพทไม่รู้จะเริ่มยังไง หนึ่งเลยคือ วันที่เขาสัมภาษณ์เขาก็ไม่ได้บอกว่าเขาจะสัมภาษณ์ พอสัมภาษณ์เสร็จเขาก็ไม่ได้ติดต่อแพทกลับมา เอาตั้งแต่วันที่โพสต์เลย แพทไม่ได้หายไปไหนนะคะ ยังโทรหาเขา หาคุณแม่เขา แต่แพทก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ในภาวะไหน ก็เลยให้เวลากับเขา แต่เขาก็ไม่ได้ติดต่อ จนเย็นวันจันทร์เขาติดต่อมา ชวนไปทานข้าวเนื่องจากวันอังคารเป็นวันครบรอบแต่งงาน เราก็เข้าใจได้ หลังจากนั้นก็ยังไม่ได้มีการพูดคุย เหมือนแพทรู้ว่าจะต้องเจอพี่ๆ สื่อ แพทก็เลยรีบบอกเขาไปก่อนว่าเราจะตอบแบบนี้ ถ้าเกิดว่าเขามีฟีดแบคเราจะได้รู้ว่าเขาต้องการอะไร แต่มันไม่มีไงคะ เพราะว่าสิ่งที่แพทเขียนไปมันก็ค่อนข้างชัดเจน”

“นัยหนึ่งก็เหมือนการขอคำปรึกษาว่าเราจะพูดอย่างนี้ คุณคิดยังไง ถ้าเขาไม่โอเคเขาน่าจะมีฟีดแบคอะไร เช่น ไม่ๆ รอเราคุยกันก่อนสิ ค่อยตอบ หรือพูดอะไรก็ได้ เพราะเราก็บอกเขาแล้วว่าขออนุญาตตอบแบบนี้ได้ไหม แพทก็ยืนยันคำเดิมว่าจะเดินทางนี้นะ คุณโอเคไหม ในความรู้สึกของแพทถ้ามันไม่โอเค หรือมีเรื่องต้องคุยกัน เขาก็ต้องพิมพ์กลับมา เพราะแพทก็ยังไม่เจอสื่อ เรายังสามารถโต้ตอบกันได้ถึงเช้าเลย ในบทสนทนา ไม่มีคำว่าอย่าเพิ่ง อย่าเลย รอคุยกันก่อน จะดีหรือ รอให้เรานัดเจอกันก่อน อย่าเพิ่งตอบ แต่มันไม่มีข้อความตรงนี้ พอวันที่แพทเจอพี่ๆ สื่อ แพทก็เลยยืนยันเหมือนเดิม”

เขารับรู้ทุกอย่างที่เราตัดสินใจ ?
“ใช่ค่ะ รับรู้ทุกอย่างแน่นอนเพราะแพทไลน์ไป”

วันนี้เป็นการเจอกันครั้งแรกหลังจากประกาศสถานะไป ?
“ใช่ค่ะ”

พอเราจะเจอเขาเลยขอกำลังใจที่โพสต์ในไอจีหรือเปล่า ?
“ไม่เกี่ยวค่ะ ลงรูปทีหลัง เจอกันตั้งแต่บ่ายแล้ว”

อึดอัดไหมในเมื่อสถานการณ์ไม่ชัดเจนแบบนี้ ?
“แพทว่านี่มันก็เริ่มชัดเจนแล้วนะคะ บางสิ่งบางอย่างแพทเชื่อว่ามันต้องใช้เวลา แล้วยิ่งเราเจออะไรหนักๆ แบบนี้ก็ยิ่งต้องใช้เวลาทั้งคู่ วันนี้แพทตอบได้ในส่วนของแพทว่ามันคงเป็นแบบนั้น แบบนี้มั้ง แต่ฝั่งของพี่เบนซ์ แพทไม่รู้เลย และไม่กล้าตอบแทนเขาว่าเขาเลือกอย่างนั้น อย่างนี้ แต่แพทตอบจากความรู้สึกแพทว่ามันคงเป็นแบบนั้นมั้ง แพทว่าทุกคนน่าจะเป็นเหมือนแพท ก็ถ้าไม่ใช่มันก็น่าจะมีอะไรอย่างอื่น แต่ถ้าไม่มีก็น่าจะเป็นแบบนี้ไปก่อน”

แพทไม่อยากได้ความชัดเจนเหรอ หรือรอได้ ?
“ก็เรื่อยๆ ค่ะ ตอนนี้มันก็ชัดเจนแล้วนะ แพทไม่ได้ใช้คำว่ารอแล้วค่ะ คิดว่าแพทคงเดินทางนี้ คือ เป็นแม่ของลูกไปอย่างเดียว เหลือหน้าที่เดียวที่แพททำอยู่ และจะทำตลอดไป เพราะแพทก็ไม่ได้บอกว่าได้กลับไปเป็นเมีย เป็นภรรยาของเขา”

ที่เขาให้ดอกไม้ ไม่ใช่การง้อขอคืนดี ?
“เป็นการแสดงความยินดี ที่รู้จักและได้แต่งงานกันมา และวันนั้นครบรอบ 2 ปี เขาให้แพทมีความสุข และขอโทษที่มาไม่ทันนัดกินข้าว แค่นั้นค่ะ”

การที่ค้างคาแบบนี้แล้วเราจะเริ่มต้นใหม่กับใครได้เหรอ ?
“แพทไม่รีบอยู่แล้ว ให้เวลามันรักษาเราทั้งคู่ ไม่แน่อนาคตเราอาจจะกลับมาคุยกันได้ดีกว่าเดิมก็ได้ เรื่องนี้มันละเอียดอ่อน แพทก็บอกเขาว่ามันไม่มีอะไรตายตัวหรอก วันนี้เราคุยกันแบบนี้ วันข้างหน้ามันอาจจะดีกว่านี้ หรือต้องมีทางอะไรที่ทำให้เราเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น”

ถ้าหลังจากนี้เขาไม่เคารพการตัดสินใจของเราล่ะ ?
“ไม่เป็นไร แพทเชื่อว่าทุกคนคงเห็นอะไรมาพร้อมกับแพทมากพอแล้ว แพทบอกตัวเองแล้วว่าเรายืดหยุ่น ถ้าแพทใช้ความรู้สึกในการตัดสิน คงไม่ต้องรอ 2 เดือนกว่า ก็ออกมาพูดไปเลย แต่แพทใช้เหตุผล ใช้ความรักเพื่อครอบครัว แพทเอาเรซซิ่งเป็นที่ตั้ง ลองทำในสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูกก่อน”

คิดว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของแพทมันดีที่สุดสำหรับเรซซิ่ง ?
“มันคงได้แค่นี้ ไม่ได้หมายความว่ามันจะดีหรือไม่ดี แต่มันได้เท่านี้ก็คือเท่านี้”

หลังจากเราประกาศสถานะแล้วมีคนเข้ามาไหม ?
“ไม่มีค่ะ แพทไม่ได้เปิดรับใครทั้งนั้น”

ข่าวยังส่งผลกระทบกดดันเราอยู่ไหม ?
“ไม่มีเลย พอเราได้พูด พี่เบนซ์ได้พูด คนเสพข่าวเขาเสพทั้งคู่ มันจะไม่มีคำว่าว่าฝั่งแพท ฝั่งนั้น ฝั่งนี้ มันคือการพูดทั้งคู่ คุณก็ไปพิจารณากันเอง แพทไม่สามารถทำตามคนอื่นได้ แพททำได้คือ สิ่งที่ทำแล้วแพทมีความสุข แพทใช้แรงทำงานเพื่อมอบความสุขให้คนอื่น ใช้ความสุขในการเลี้ยงลูกและดูแลครอบครัว อะไรที่รู้สึกว่าหนักไปแล้ว หรือ ไม่เห็นมีความสุขเลย แพทจะหยุดไว้ก่อนเพราะแพทต้องการความสุขมากกว่า”

ถ้าเรซซิ่งโตรับรู้ได้มากขึ้นเราห่วงเขาจุดนี้ไหม ?
“เขาเป็นเด็กน่ารักมาก เขารักพ่อกับแม่เท่ากัน แพทสัมผัสหลายๆ อย่าง เขาจำเก่งด้วย วันที่เขาไม่ได้เจอปะป๊า แต่ถ้ามีอะไรที่คล้ายปะป๊า เช่น เขาเคยนั่งมอเตอร์ไซค์กับปะป๊า เขาเห็นใครขี่มอเตอร์ไซค์เขาจะพูดเลยว่าปะป๊า คุณเบนซ์สบายใจได้ เขารักทั้งคู่แน่นอน เพราะแพทสอนให้เขารักพ่ออยู่แล้ว ตอนแรกก็มีร้องไห้ไม่อยากไปกับพ่อเพราะแม่ไม่ได้ไปด้วย แต่ตอนนี้เขาถามหา เขาจำเวลาที่พ่อจะมารับได้ เพราะแพททำเป็นรูทีนไงคะ ว่าเวลานี้คุณจะเจอปะป๊านะ”

เรซซิ่งสนิทกับครอบครัวคุณพ่อด้วย ?
“ดีอยู่แล้วค่ะ เราสอนลูกให้รักทุกคน เราคุยกับลูกทุกวัน ถามเขาว่าปะป๊าพาไปเที่ยวไหน ซื้ออะไรให้”

ไม่กังวลกับปัญหานี้ของเรซซิ่งเลย ?
“ไม่เลย อยากให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ขาดใครเลย ปะป๊าก็รัก มาม๊าก็รักเขาเหมือนกัน แพทเชื่อว่าพี่เบนซ์น่าจะทำหน้าที่พ่อได้ดี ลูกชายกับพ่อเขาสายเดียวกัน เรซเหมือนพี่เบนซ์เยอะเหมือนกัน นิสัย ความเป็นตัวเองค่อนข้างสูง พี่เบนซ์ทำหน้าที่พ่อได้ยอดเยี่ยมค่ะ ชื่นใจ”

ขอบคุณรูปภาพจาก IG : pat_napapa




(Visited 58 times, 1 visits today)